================================================== -->

caesar88 casino online

ตอบไม่ตรงคำถาม หรือคำถามไม่ตรงคำตอบ เป็นเรื่องที่แจกแจงอธิบายใหม่กันได้ แต่คำถามที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกใจคนถาม หรือทำร้ายคนถามเสียมากกว่านั้น นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวนะจ๊ะ คำถามนี้มีอยู่ว่า ถ้าเป็นโสด แล้วอายุยืนไปถึง 90 ปี จะใช้ชีวิตลำบากไหม?? ก็มีคอมเมนต์กันต่างๆ นานา น่าสนใจบ้าง น่าแปลกใจบ้าง เป็นเรื่องของอิสรภาพแห่งความคิดของแต่ละคนค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการตอบโดยอาศัยหลักธรรมาอรรถาธิบายว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา และมีการระบุว่า ทุกข์ของคนแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นก็มีไม่น้อย เหมือนประมาณที่จะเตือนว่า ชีวิตคู่นั้น คนในอาจจะอยากออก คนนอกก็อยากจะเข้าเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วล้วนจะต้องเวียนว่ายอยู่ในทุกข์สุขเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีหรอกนะที่จะเกิดมาแล้วมีความสุขเต็ม 100% แต่อาจจะมีเยอะทีเดียวที่คิดว่า ทำไมตัวเองโชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความทุกข์ นั่นเพราะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนอื่นนั่นเอง การจะอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัว แล้วเป็นห่วงและกังวลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ชีวิตแบบไหนจะดีกว่านั้น มนุษย์ป้าขอยกมือบอกเลยค่ะว่า ความไม่จีรังคือสิ่งที่แน่แท้จีรังที่สุด ไม่มีใครชี้ถูกชี้ผิด หรือความถูกต้องเหมาะสมได้หรอกว่า โสดหรือแต่งงานดีกว่า เพราะชะตาชีวิตของแต่ละคนนั้นขึ้นกับบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา (อุเหม่!! ถ้าดูละครบุพเพสันนิวาสก็น่าจะเข้าใจดีนะ) ฉะนั้น คำถามที่ไม่อยู่กับปัจจุบันแบบตอนนี้อายุ 40 คิดไปถึง 90 โน่น ควรจะลบทิ้งแล้วกลับมาตั้งประเด็นใหม่ว่า เราจะทำยังไงที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพหากอายุยืนถึง 90?? แน่นอน ต้องมีสุขภาพที่ดีมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อสุขภาพดี เราก็จะมีสติและปัญญาที่จะหาหนทางสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอันพึงปรารถนา สุขภาพดี ฐานะการเงินมั่นคง อาจจะไม่ต้องถึงกับมั่งคั่ง ก็จะเป็นต้นทุนที่ดีในการที่เราจะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เราวาดหวัง ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่มีก็ตาม สมมุติว่า ไม่มีครอบครัว คุณก็จะสามารถวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างคล่องและเป็นอิสระ แต่ถ้ามีครอบครัวเมื่อไร เท่ากับคุณมี ห่วง มาผูกคอ และต้องยอมรับว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจจริงไหมคะ สำหรับมนุษย์ป้ามีครอบครัว มีลูก 2 คน สารภาพเลยว่า ทำอะไรก็ต้องห่วงตลอด ห่วงไปถึงอนาคตข้างหน้าของลูกๆ ดังนั้น มันน่าจะ ซตพได้ใช่ไหมคะว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คนเป็นโสดก็มีหน้าที่เพื่อตัวเอง คนมีครอบครัวก็มีหน้าที่เพื่อครอบครัว สัจธรรมชีวิต คิดกังวลล่วงหน้าไปทำไม สู้เอามาวางแผนว่า ถ้าแต่งจะทำอะไร ไม่แต่งจะทำอะไรดีกว่าไหม?? ป้าเอง

  • เยี่ยมชมบล็อก:95891
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 541
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-03-04 19:47:36
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

คลอดแล้ว7อรหันต์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 17:47 น

ที่เก็บบทความ

2015(104)

2014(700)

2013(206)

2012(43)

การสมัครสมาชิก
slotxo888th zip 2021-03-04 19:47:36

การจำแนกประเภท: Yuetang News Net

caesar88 casino online,1นายภูมิ ภูมิรัตน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ตอบไม่ตรงคำถาม หรือคำถามไม่ตรงคำตอบ เป็นเรื่องที่แจกแจงอธิบายใหม่กันได้ แต่คำถามที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกใจคนถาม หรือทำร้ายคนถามเสียมากกว่านั้น นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวนะจ๊ะ คำถามนี้มีอยู่ว่า ถ้าเป็นโสด แล้วอายุยืนไปถึง 90 ปี จะใช้ชีวิตลำบากไหม?? ก็มีคอมเมนต์กันต่างๆ นานา น่าสนใจบ้าง น่าแปลกใจบ้าง เป็นเรื่องของอิสรภาพแห่งความคิดของแต่ละคนค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการตอบโดยอาศัยหลักธรรมาอรรถาธิบายว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา และมีการระบุว่า ทุกข์ของคนแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นก็มีไม่น้อย เหมือนประมาณที่จะเตือนว่า ชีวิตคู่นั้น คนในอาจจะอยากออก คนนอกก็อยากจะเข้าเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วล้วนจะต้องเวียนว่ายอยู่ในทุกข์สุขเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีหรอกนะที่จะเกิดมาแล้วมีความสุขเต็ม 100% แต่อาจจะมีเยอะทีเดียวที่คิดว่า ทำไมตัวเองโชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความทุกข์ นั่นเพราะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนอื่นนั่นเอง การจะอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัว แล้วเป็นห่วงและกังวลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ชีวิตแบบไหนจะดีกว่านั้น มนุษย์ป้าขอยกมือบอกเลยค่ะว่า ความไม่จีรังคือสิ่งที่แน่แท้จีรังที่สุด ไม่มีใครชี้ถูกชี้ผิด หรือความถูกต้องเหมาะสมได้หรอกว่า โสดหรือแต่งงานดีกว่า เพราะชะตาชีวิตของแต่ละคนนั้นขึ้นกับบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา (อุเหม่!! ถ้าดูละครบุพเพสันนิวาสก็น่าจะเข้าใจดีนะ) ฉะนั้น คำถามที่ไม่อยู่กับปัจจุบันแบบตอนนี้อายุ 40 คิดไปถึง 90 โน่น ควรจะลบทิ้งแล้วกลับมาตั้งประเด็นใหม่ว่า เราจะทำยังไงที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพหากอายุยืนถึง 90?? แน่นอน ต้องมีสุขภาพที่ดีมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อสุขภาพดี เราก็จะมีสติและปัญญาที่จะหาหนทางสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอันพึงปรารถนา สุขภาพดี ฐานะการเงินมั่นคง อาจจะไม่ต้องถึงกับมั่งคั่ง ก็จะเป็นต้นทุนที่ดีในการที่เราจะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เราวาดหวัง ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่มีก็ตาม สมมุติว่า ไม่มีครอบครัว คุณก็จะสามารถวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างคล่องและเป็นอิสระ แต่ถ้ามีครอบครัวเมื่อไร เท่ากับคุณมี ห่วง มาผูกคอ และต้องยอมรับว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจจริงไหมคะ สำหรับมนุษย์ป้ามีครอบครัว มีลูก 2 คน สารภาพเลยว่า ทำอะไรก็ต้องห่วงตลอด ห่วงไปถึงอนาคตข้างหน้าของลูกๆ ดังนั้น มันน่าจะ ซตพได้ใช่ไหมคะว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คนเป็นโสดก็มีหน้าที่เพื่อตัวเอง คนมีครอบครัวก็มีหน้าที่เพื่อครอบครัว สัจธรรมชีวิต คิดกังวลล่วงหน้าไปทำไม สู้เอามาวางแผนว่า ถ้าแต่งจะทำอะไร ไม่แต่งจะทำอะไรดีกว่าไหม?? ป้าเอง ครมเห็นชอบโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 12 ตำแหน่ง พ่อเมืองเชียงรายสลับพะเยา เซาะฐานเสียงเพื่อไทยโยก ผวจเชียงใหม่นั่งรองปลัด มท1 ยันไม่เกี่ยวกรณีบ้านพักศาล พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงใหม่ 2ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจาก ผวจเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 3นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจาก ผวจเชียงราย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจพะเยา 4ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากผวจพะเยา และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงราย 5ให้นายณรงค์ พลละเอียด พ้นจาก ผวจชุมพร และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6ให้นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ พ้นจาก ผวจบึงกาฬ และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย 7ให้นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งเป็น ผวจชุมพร 8ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจบึงกาฬ 9ให้นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้เป็น ผวจอำนาจเจริญ 10ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากผวจเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี 11ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจาก ผวจแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเพชรบูรณ์ 12ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจาก ผวจอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้เป็น ผวจแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ว่า หากพูดในภาพรวม ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝาลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงาน เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พลออนุพงษ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา พลออนุพงษ์กล่าวถึงกรณีเสนอความเห็นให้ปรับแก้คุณสมบัติผู้ลงสมัครเป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีเคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อไม่ให้ลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา ตามที่มีการเสนอมา ขอให้ดูผลการพิจารณาก่อน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า มีความก้าวหน้า โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 87 มาตรา จาก 130 มาตรา แต่ 80 มาตราดังกล่าว เป็นไปด้วยความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ต้องการกำหนดกระบวนการที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอน และกำหนดข้อห้ามการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยเลือกตั้งและบริเวณเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาว่าประเด็นเหล่านี้จะปฏิบัติได้หรือไม่ จะปฏิบัติอย่างไร และมีโทษอะไรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเสร็จภายในเดือน เมยได้ เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ

เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆสังข์จากไปแต่ตัวคงไว้แต่จิตวิญญาณที่ดีงามของนักสู้เพื่อคนจน คสชจ่อใช้มาตรา 44 อุ้มทีวีดิจิทัล วาง 3 แนวทางช่วยเหลือ ทั้งพักหนี้-โอนใบอนุญาตได้ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลบวกยกแผง โบรกฯ คาดช่อง 3 ได้ประโยชน์สูงสุด ขณะที่ กสทช ชุดปัจจุบันยิ้มร่า รักษาการต่อไป หลัง บิ๊กตู่ งัดมาตรา 44 ระงับการสรรหาชุดใหม่ พลทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม คสชได้พิจารณาแนวทางความช่วยเหลือกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล จากกรณีที่มีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 13 บริษัท จาก 22 บริษัท ส่งหนังสือร้องเรียนมายัง คสชและ กสทช เพื่อขอให้ออกมาตรการความช่วยเหลือจากการประกอบกิจการ ประกอบด้วย บางกอกมีเดีย, ไทยรัฐทีวี, อัมรินทร์ ทีวี, จีเอ็มเอ็มแกรมมี่, เนชั่นทีวี, วอยซ์ทีวี, เดลินิวส์, ทีเอ็นเอ็น 24 และสปริงนิวส์ จำนวน 13 บริษัท ขณะที่บีบีอีซี 3 ช่อง, อสมท 2 ช่อง, อาร์เอส, โมโน, ช่อง 7 และเวิร์คพอยท์ ไม่ได้ร้องขอเข้ามา ซึ่งการชำระค่างวดที่เหลือ 5 งวด เป็นมาตรการให้ขยายเวลาชำระก่อนหน้านี้ คือปี 2561-2565 เพื่อให้มีสภาพคล่องต่อการทำธุรกิจ แต่ 2561 ผู้ประกอบการยังประสบปัญหาไม่มีงบประมาณ พลทสรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุม คสชได้สรุปแนวทางเป็นมาตรการความช่วยเหลือเบื้องต้น 3 แนวทาง ประกอบด้วยดังนี้ 1อนุญาตให้พักการชำระค่างวดได้ 3 งวด จาก 5 งวดที่เหลือ ในปี 2561-2565 แต่จะต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 15 ในระหว่างพักการชำระหนี้ 2กรณีการเช่าโครงข่ายจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิทัลนั้น ที่ปัจจุบันมีผู้ให้บริการ 3 ราย ประกอบด้วย ไทยทีพีบีเอส, อสมท และช่อง 5 โดย กสทชจะให้การช่วยเหลือคือ จ่ายเงินให้ครึ่งหนึ่ง เป็นระยะเวลา 2 ปี และ 3อนุญาตให้สามารถโอนใบอนุญาตต่อได้ โดยมาตรการช่วยเหลือเหล่านี้จะมีการออกเป็นคำสั่ง คสชต่อไป พลทสรรเสริญกล่าวด้วยว่า จากข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ผ่านการสรรหาเพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช) โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) มีมติไม่คัดเลือกและส่งเรื่องกลับไปยังคณะกรรมการสรรหา โดยต้องสรรหาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ สนชมีมติ โดย คสชเห็นว่ายังมีปัญหาและไม่แน่ใจวันข้างหน้าจะมีปัญหาอีกหรือไม่ ที่ประชุม คสชจึงมีมติเห็นชอบอาศัยอำนาจมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 เตรียมออกคำสั่งหัวหน้า คสชให้ยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเป็น กสทชไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้า คสชมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โฆษกสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า พร้อมให้ กสทชชุดปัจจุบันยังคงดำรงตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และในระหว่างนี้ หากมี กสทชคนหนึ่งคนใดต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าเหตุใดก็ตาม ให้ กสทชที่เหลือปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าหัวหน้า คสชมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น และหลังจากนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้ว และที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าเพื่อที่ให้จะให้กระบวนการสรรหาและคัดเลือกกลับมาอีกครั้ง เมื่อได้วิธีการแก้ปัญหาให้แจ้งคสช โดยระหว่าง 1-2 วันนี้ จะมีการออกคำสั่งดังกล่าว ขณะที่ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐ มนตรีและหัวหน้า คสช กล่าวว่า ที่ประชุม คสชได้มีการหารือพูดคุยกันว่าจะมีมาตรการที่เหมาะสมออกมาในเรื่องทีวีดิจิทัล และต้องแยกออกจากปัญหาคลื่นความถี่ ซึ่งต้องดูบริบทที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความเดือดร้อน ความพร้อม-ไม่พร้อมของระบบ ต้องหาวิธีการแก้ไข รัฐบาลยืนยันอยู่แล้วว่าประเทศชาติต้องไม่เสียผลประโยชน์ แต่ทุกอย่างมีหนทางแก้ไข ถ้าสังคมพยายามจะเข้าใจว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ให้ใคร แต่ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยมันจะเสียหายหรือเปล่า มันก็มีเหตุผลหลักการด้วยกันทั้งหมด พลอประยุทธ์ยืนยันว่า จะหาทางออกให้ดีที่สุด ตอนนี้ยังไม่ออก ม44 จะมีความชัดเจนเร็วที่สุด ปัญหาที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่ผ่านมาเค้กมีอยู่ก้อนเดียว คนกินเค้กมี 10 คน แต่ตอนนี้มี 20-30 คน แล้วจะพอกินไหม ในเมื่อแหล่งสปอนเซอร์มีอยู่จำนวนเท่าเดิม ภาคธุรกิจก็เห็นใจ แต่ก็คิดอยู่เรื่องคือทุกอย่างเป็นความสมัครใจตั้งแต่ต้น แต่รัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสม ไว้ใจกันบ้าง ไม่เอื้ออะไรใครทั้งนั้น ต้องดูเหตุผลและความจำเป็นเสียหายอะไรตรงไหนแล้วแก้ให้ได้ ด้านนายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บลโนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) มีมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่มีปัญหาทางด้านการเงินและเรตติ้งต่ำ ทำให้มีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น รวมถึงลดภาระค่าใช้จ่ายลง โดยเฉพาะ บมจบีอีซี เวิลด์ (BEC) คาดจะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากมีช่องทีวีในมือ 3 ช่อง นอกจากนี้ บมจอสมท (MCOT) และ บมจจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ก็ได้อานิสงส์ด้วยเช่นกัน สำหรับราคาหุ้นกลุ่มทีวีดิจิทัลปรับขึ้นยกกระดาน โดย บมจเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) ปิดที่ 6725 บาท เพิ่มขึ้น 575 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 935%, บมจโมโน เทคโนโลยี (MONO) ปิดที่ 422 บาท เพิ่มขึ้น 012 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 293%, บมจอาร์เอส ปิดที่ 2825 บาท เพิ่มขึ้น 075 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 273%, BEC ปิดที่ 1160 บาท เพิ่มขึ้น 090 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 841%, MCOT ปิดที่ 1080 บาท เพิ่มขึ้น 010 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 093%, GRAMMY ปิดที่ 915 บาท เพิ่มขึ้น 015 บาท หรือเปลี่ยนแปลง 167% ที่รัฐสภา นพเจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(วิป สนช) กล่าวถึงคลิปเสียงหลุดล้มการสรรหา กสทชว่า จากข้อมูลเบื้องต้น คลิปดังกล่าวเผยแพร่ตั้งแต่วันที่ 4, 6, 8 เมยที่ผ่านมา ขณะที่วิป สนช ประชุมเมื่อวันที่ 18 เมย ดังนั้นจึงไม่ใช่คลิปในที่ประชุมวิป สนชแน่นอน เรารู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถเดินหน้าประชุมเรื่องดังกล่าวได้ เพราะผู้สมัครใน 7 ด้านมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติและจริยธรรม ทำให้ทุกด้านเหลือผู้สมัครเพียง 1 คน ในขณะที่กฎหมายกำหนดให้สนชเลือก 1 จาก 2 คนของทุกด้าน ดังนั้น เมื่อมีคนที่ตกคุณสมบัติ เท่ากับบังคับให้ สนชเลือกจาก 1 คน ซึ่งเราเลือกไม่ได้ เพราะจะเป็นการทำผิดกฎหมาย จึงไม่มีความจำเป็นตามที่ระบุในคลิปว่านายกรัฐมนตรีสั่งการ นพเจตน์กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ขาดคุณสมบัติมี 6 ราย จาก 6 ด้าน ซึ่งทำงานกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม อีกทั้งลาออกไม่ถึง 1 ปี อีกทั้งบริษัทต่างๆ เหล่านี้จดบริคณห์สนธิไว้ เรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับวิทยุโทรทัศน์และโทรคมนาคม ซึ่งเป็นการจดเผื่อไว้ แต่ศาลปกครองกลางได้วินิจฉัยไว้ว่าถ้าจดไว้ถือว่ามีคุณสมบัติ จึงเท่ากับขัดที่จะเป็นคุณสมบัติ กสทช ขณะที่ผู้สมัครอีก 2 คน มีปัญหาเรื่องจริยธรรม อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครทุกคนที่ไม่ผ่านการสรรหาครั้งนี้ยังคงมีสิทธิ์สมัครรอบใหม่ได้ ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 7/2561 เรื่องการยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คำสั่งระบุว่า ตามที่ได้มีการตราพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ 2) พศ2560 เพื่อปรับปรุงโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว แต่โดยที่ปรากฏว่าได้เกิดสภาพปัญหาในทางปฏิบัติเป็นอย่างมาก ทำให้การสรรหาและคัดเลือกบุคคลไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหา และคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ประกอบกับปรากฏข้อร้องเรียนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ผ่านการสรรหา เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงเป็นการสมควรที่จะต้องระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกไว้ก่อน เพื่อให้มีการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบและเหมาะสม เพื่อให้ได้มาซึ่งบุคคลที่มีคุณสมบัติและมีความสามารถที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การปฏิรูปการกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งได้ดำเนินการอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และให้ระงับการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติไว้ก่อน จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 2 ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ยังคงดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ตามที่จำเป็นไปพลางก่อนต่อไป ตามที่กำหนดในมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พศ2560 ในระหว่างนี้หากกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติพ้นจากตำแหน่งไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ประกอบด้วยกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ ทั้งนี้ จนกว่าหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ข้อ 3 ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้ผู้ได้รับการสรรหาและคัดเลือกเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่และดำเนินการให้มีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งดังกล่าวโดยเร็วต่อไป ข้อ 4 ในกรณีที่เห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้ ข้อ 5 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปน้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น

อ่าน(125) | แสดงความคิดเห็น(73) | ส่งต่อ(827) |

ก่อนหน้านี้:slot thai auto

ต่อไป:เว็บ8888

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

คัมบัค 2021-03-04

ซีกง ครมเห็นชอบโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 12 ตำแหน่ง พ่อเมืองเชียงรายสลับพะเยา เซาะฐานเสียงเพื่อไทยโยก ผวจเชียงใหม่นั่งรองปลัด มท1 ยันไม่เกี่ยวกรณีบ้านพักศาล พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงใหม่ 2ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจาก ผวจเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 3นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจาก ผวจเชียงราย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจพะเยา 4ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากผวจพะเยา และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงราย 5ให้นายณรงค์ พลละเอียด พ้นจาก ผวจชุมพร และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6ให้นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ พ้นจาก ผวจบึงกาฬ และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย 7ให้นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งเป็น ผวจชุมพร 8ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจบึงกาฬ 9ให้นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้เป็น ผวจอำนาจเจริญ 10ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากผวจเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี 11ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจาก ผวจแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเพชรบูรณ์ 12ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจาก ผวจอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้เป็น ผวจแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ว่า หากพูดในภาพรวม ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝาลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงาน เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พลออนุพงษ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา พลออนุพงษ์กล่าวถึงกรณีเสนอความเห็นให้ปรับแก้คุณสมบัติผู้ลงสมัครเป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีเคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อไม่ให้ลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา ตามที่มีการเสนอมา ขอให้ดูผลการพิจารณาก่อน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า มีความก้าวหน้า โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 87 มาตรา จาก 130 มาตรา แต่ 80 มาตราดังกล่าว เป็นไปด้วยความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ต้องการกำหนดกระบวนการที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอน และกำหนดข้อห้ามการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยเลือกตั้งและบริเวณเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาว่าประเด็นเหล่านี้จะปฏิบัติได้หรือไม่ จะปฏิบัติอย่างไร และมีโทษอะไรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเสร็จภายในเดือน เมยได้ เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก

ตอบไม่ตรงคำถาม หรือคำถามไม่ตรงคำตอบ เป็นเรื่องที่แจกแจงอธิบายใหม่กันได้ แต่คำถามที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกใจคนถาม หรือทำร้ายคนถามเสียมากกว่านั้น นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวนะจ๊ะ คำถามนี้มีอยู่ว่า ถ้าเป็นโสด แล้วอายุยืนไปถึง 90 ปี จะใช้ชีวิตลำบากไหม?? ก็มีคอมเมนต์กันต่างๆ นานา น่าสนใจบ้าง น่าแปลกใจบ้าง เป็นเรื่องของอิสรภาพแห่งความคิดของแต่ละคนค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการตอบโดยอาศัยหลักธรรมาอรรถาธิบายว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา และมีการระบุว่า ทุกข์ของคนแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นก็มีไม่น้อย เหมือนประมาณที่จะเตือนว่า ชีวิตคู่นั้น คนในอาจจะอยากออก คนนอกก็อยากจะเข้าเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วล้วนจะต้องเวียนว่ายอยู่ในทุกข์สุขเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีหรอกนะที่จะเกิดมาแล้วมีความสุขเต็ม 100% แต่อาจจะมีเยอะทีเดียวที่คิดว่า ทำไมตัวเองโชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความทุกข์ นั่นเพราะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนอื่นนั่นเอง การจะอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัว แล้วเป็นห่วงและกังวลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ชีวิตแบบไหนจะดีกว่านั้น มนุษย์ป้าขอยกมือบอกเลยค่ะว่า ความไม่จีรังคือสิ่งที่แน่แท้จีรังที่สุด ไม่มีใครชี้ถูกชี้ผิด หรือความถูกต้องเหมาะสมได้หรอกว่า โสดหรือแต่งงานดีกว่า เพราะชะตาชีวิตของแต่ละคนนั้นขึ้นกับบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา (อุเหม่!! ถ้าดูละครบุพเพสันนิวาสก็น่าจะเข้าใจดีนะ) ฉะนั้น คำถามที่ไม่อยู่กับปัจจุบันแบบตอนนี้อายุ 40 คิดไปถึง 90 โน่น ควรจะลบทิ้งแล้วกลับมาตั้งประเด็นใหม่ว่า เราจะทำยังไงที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพหากอายุยืนถึง 90?? แน่นอน ต้องมีสุขภาพที่ดีมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อสุขภาพดี เราก็จะมีสติและปัญญาที่จะหาหนทางสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอันพึงปรารถนา สุขภาพดี ฐานะการเงินมั่นคง อาจจะไม่ต้องถึงกับมั่งคั่ง ก็จะเป็นต้นทุนที่ดีในการที่เราจะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เราวาดหวัง ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่มีก็ตาม สมมุติว่า ไม่มีครอบครัว คุณก็จะสามารถวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างคล่องและเป็นอิสระ แต่ถ้ามีครอบครัวเมื่อไร เท่ากับคุณมี ห่วง มาผูกคอ และต้องยอมรับว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจจริงไหมคะ สำหรับมนุษย์ป้ามีครอบครัว มีลูก 2 คน สารภาพเลยว่า ทำอะไรก็ต้องห่วงตลอด ห่วงไปถึงอนาคตข้างหน้าของลูกๆ ดังนั้น มันน่าจะ ซตพได้ใช่ไหมคะว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คนเป็นโสดก็มีหน้าที่เพื่อตัวเอง คนมีครอบครัวก็มีหน้าที่เพื่อครอบครัว สัจธรรมชีวิต คิดกังวลล่วงหน้าไปทำไม สู้เอามาวางแผนว่า ถ้าแต่งจะทำอะไร ไม่แต่งจะทำอะไรดีกว่าไหม?? ป้าเอง

ชายฝั่งหางไดสุเกะ 2021-03-04 19:47:36

ทั้งนี้กำเนิดของพรรคไทยรักไทยช่วงหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง นายทักษิณ ชินวัตร ใช้เงินทุนมหาศาล ดูดสส ควบรวมพรรคการเมือง เช่น พรรคเสรีธรรม พรรคความหวังใหม่ พรรคชาติพัฒนา เป็นต้น จนพรรคไทยรักไทยเป็นพรรคขนาดใหญ่ สสนักการเมืองกลุ่มนี้อยู่กับระอบทักษิณมาจนถึงยุคพรรคพลังประชาชน และเพื่อไทยในปัจจุบัน

ลอเรนซ์ 2021-03-04 19:47:36

++++++++++++++,Ducati 1199 Superleggera ซูเปอร์ไบค์สุดล้ำ 409 ล้าน 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:22 น 。ทั้งนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน และชาวตำบลกระเฉด จระยอง จะเดินทางไปยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองระยองในวันพฤหัสที่ 26 เมยนี้ เวลา 1100 น ณ ศาลปกครองระยอง ภายในศูนย์ราชการจังหวัดระยอง ถสุขุมวิท ตเชิงเนิน จระยอง。

จีอีวู 2021-03-04 19:47:36

เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ,ยิ่งเมื่อล่าสุด บิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้มาตรา 44 จัดการ แช่แข็งกระบวนการสรรหา กสทช ด้วยการออกคำสั่งหัวหน้า คสชที่ 7/2561 เรื่องการยกเลิกและระงับกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น กสทช 。น้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น 。

เกม 2021-03-04 19:47:36

น้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น ,น้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น 。คลอดแล้ว7อรหันต์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 17:47 น 。

Yasuo Yoshihari 2021-03-04 19:47:36

ชาวบ้านจันดี ตกระเฉด นำโดยนายอัครเดช ล่องดุริยางค์ กำนันตำบลกระเฉด จึงได้ร้องเรียนมายังสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เพื่อขอให้เป็นธุระในการฟ้องร้องอุตสาหกรรมจังหวัดระยองและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 9 (1) (2) พรบจัดตั้งศาลปกครองฯ พศ2542 ประกอบ พรบสิ่งแวดล้อม พศ2535 พรบโรงงาน 2535 และ พรบการสาธารณสุข พศ2535 เพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาสั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองเพิกถอนการประกอบกิจการโรงงานดังกล่าวเป็นการถาวรต่อไป นายศรีสุวรรณ ระบุ,ผลในทางปฏิบัติของคำสั่งนี้ก็คือ ทำให้กรรมการสรรหา กสทชที่มี อุดมศักดิ์ นิติมนตรี เป็นประธานจะมีการประชุมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมเปิดรับสมัครคัดเลือก กสทชกันใหม่ สรุปว่าล้มหมด ไม่ต้องทำแล้ว ให้ยกเลิกไป แช่แข็งกระบวนการนี้ไว้ก่อนจนกว่าหัวหน้า คสชจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่น。 ครมเห็นชอบโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 12 ตำแหน่ง พ่อเมืองเชียงรายสลับพะเยา เซาะฐานเสียงเพื่อไทยโยก ผวจเชียงใหม่นั่งรองปลัด มท1 ยันไม่เกี่ยวกรณีบ้านพักศาล พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงใหม่ 2ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจาก ผวจเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 3นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจาก ผวจเชียงราย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจพะเยา 4ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากผวจพะเยา และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงราย 5ให้นายณรงค์ พลละเอียด พ้นจาก ผวจชุมพร และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6ให้นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ พ้นจาก ผวจบึงกาฬ และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย 7ให้นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งเป็น ผวจชุมพร 8ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจบึงกาฬ 9ให้นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้เป็น ผวจอำนาจเจริญ 10ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากผวจเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี 11ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจาก ผวจแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเพชรบูรณ์ 12ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจาก ผวจอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้เป็น ผวจแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ว่า หากพูดในภาพรวม ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝาลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงาน เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พลออนุพงษ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา พลออนุพงษ์กล่าวถึงกรณีเสนอความเห็นให้ปรับแก้คุณสมบัติผู้ลงสมัครเป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีเคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อไม่ให้ลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา ตามที่มีการเสนอมา ขอให้ดูผลการพิจารณาก่อน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า มีความก้าวหน้า โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 87 มาตรา จาก 130 มาตรา แต่ 80 มาตราดังกล่าว เป็นไปด้วยความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ต้องการกำหนดกระบวนการที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอน และกำหนดข้อห้ามการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยเลือกตั้งและบริเวณเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาว่าประเด็นเหล่านี้จะปฏิบัติได้หรือไม่ จะปฏิบัติอย่างไร และมีโทษอะไรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเสร็จภายในเดือน เมยได้ เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

slot888team live| สมัคร ค่า สิ โน 2020 windows 7| luca casino 1688 game| คาสิโนออนไลน์8888 live| เกม ค่า สิ โน ออนไลน์ 2020 mod| winner. 888 casino group| 888 casino deposit bonus code| เกมสล็อตฟรี| คาสิโนใหม่ล่าสุด league| joker สล็อต8899 vip| ufa สล็อต 888 indir| เกมสล็อต joker ฟรีเครดิต ไม่ต้องฝาก| คาสิโนออนไลน์ ฟรีเงิน2019 ranking| joker slot 777 vip| slot 888 gtr| ค่า สิ โน โบนัส 100 dp| เว็บ พนัน ออนไลน์ gclub| เฮง เฮง ค่า สิ โน kfc| ค่า สิ โน โบนัส 100 pantip| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ u23| jokerwin888 mobile| ragnarok slot 888 xyz| ทดลองเล่น slot online| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ k plus| เกมสล็อต demo| พนันออนไลน์ เว็บไหนดี pantip google drive| เครดิตฟรีกดรับหน้าเว็บ upvc| เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1 mac| เว็บ ค่า สิ โน ยอดนิยม vk| slot888team key| casino online เครดิตฟรี online| ทางเข้า เว็บ 888 ju| เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ เครดิต ฟรี 2019| แอพ สล็อต ได้เงินจริง offline| บาคาร่า w88 qq| เล่นสล็อต ให้ได้เงิน ng| เว็บพนัน88 data| สล็อตโจ๊กเกอร์168 joker| เว็บพนันสล็อตpg| joker สล็อต789 xyz| คาสิโนออนไลน์888 ep| สมัคร เกม โจ๊ก เกอร์ 888 qu| เว็บ บา ค่า ร่า ไม่ เสียค่า สมัคร ac| แอพ สล็อต ได้เงินจริง error| สล็อตxo 888 วอลเล็ต online| สล็อต66 download| สล็อต wild 888 home| คาสิโนใหม่ล่าสุด u23| thcasino news| ufa สล็อต 888 kick| สล็อต ต่างประเทศ เครดิตฟรี ais| สมัครเว็บ 888 xyz| ทาง เข้า บา คา ร่า รอยัล home| คาสิโนauto 77 77d| luca casino 1688 com| casino online-casino quote| ค่า สิ โน โบนัส 200 qua| สล็อต wild 888 vip| thaicasino| สล็อต 888 ฟรีเครดิต dow| สล็อต ออ โต้ 888 video| สล็อต66 mobile| เว็บ 888 สล็อต| ufa สล็อต 888 java| บา ค่า ร่า สล็อตออนไลน์ download ฟรี| แจก เครดิต ฟรี king168| jokerwin888 asia| ค่า สิ โน ออนไลน์ เล่นง่าย u23| hex casino japan| live22 th edition| ค่า สิ โน ออนไลน์ ฟรี 2020 xiaomi| joker สล็อต789 zip code| เว็บคาสิโนออนไลน์อันดับ1 true| ทาง เข้า บา คา ร่า รอยัล queen| casino 888 club mobile| thaicasinoonline youtube| เครดิตฟรีแค่กรอกเบอร์ล่าสุด| ทางเข้า เว็บ 888 live| เว็บคาสิโน ไม่ผ่านเอเย่นต์ android| เว็บพนัน88 dafabet| เว็บ บา ค่า ร่า ไม่ เสียค่า สมัคร doc| สล็อตxo 777 qualifier| สล็อต ต่างประเทศ เครดิตฟรี ml| พนันออนไลน์ เว็บไหนดี pantip login| สล็อต wild 888 no|